“AI ในห้องเรียนไทย : เมื่อครูมีตัวช่วย เด็กก็เรียนรู้ได้ไกลกว่าเดิม”
ชวนมาสำรวจอนาคตการศึกษาไทย ผ่านงานเวทีและนิทรรศการที่จะพาไปดูว่า “AI” สามารถกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของครูและนักเรียนได้อย่างไรในห้องเรียนจริงพบกับประสบการณ์จากพื้นที่ต้นแบบ 3 จังหวัด ที่ทดลองใช้ AI ต่อเนื่องตลอด 6 เดือน เพื่อหนุนเสริมทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้เฉพาะบุคคลของผู้เรียน พร้อมผลลัพธ์ บทเรียน และเรื่องเล่าจากครูและนักเรียนที่ได้ทดลองใช้จริงในห้องเรียนภายในงาน เต็มไปด้วยเวทีเสวนา เวิร์กช็อป กิจกรรมทดลองเรียนรู้ และนิทรรศการ interactive ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองสัมผัสเครื่องมือ AI เพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยนมุมมองกับครู นักเรียน นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา ว่า “ห้องเรียนไทยในอนาคต” อาจเปลี่ยนไปได้อย่างไร เมื่อครูมีตัวช่วยที่เข้าใจการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนมากขึ้นเพราะ AI อาจไม่ได้เข้ามาแทนห้องเรียน แต่กำลังช่วยให้การเรียนรู้
“ลึกขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และเข้าถึงเด็กแต่ละคนได้มากขึ้นกว่าเดิม”
Craft AI x Classroom Showcase 2026
เด็กไทยมีปัญหาเรื่องการอ่านและคิดขึ้นสูงไม่เป็น เพราะจากผลการประเมิน PISA ปี 2022 คะแนนด้านการอ่านกลุ่มประเทศ OECD ที่ 476 คะแนน ข้อมูลยังระบุด้วยว่า มีเด็กไทยอายุ 15 ปีถึงประมาณ 64% ที่มีทักษะต่ำกว่า Level 2 หรือเรียกได้ว่า “อ่านออก แต่ไม่เข้าใจสิ่งที่อ่าน” ทางแก้ ซึ่งทางหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การใช้ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ จึงเกิดเป็นโครงการการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่านและการคิด อย่างมีวิจารณญาณ โดยหนุนเสริมด้วย AI

Press Release
coming soon

Infographics
coming soon

E-book
coming soon
เราตั้งพื้นที่เป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ครอบคลุมทั้งครู และนักเรียนกว่า 30,000 คน ซึ่งเราก็แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระยะ
ระยะแรก
ทำงานในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ระยอง และเชียงใหม่
ระยะที่ 2
ขยายผลไปอีก 8 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ศรีสะเกษ นราธิวาส ยะลา จันทบุรี อุบลราชธานี นครราชสีมา และกาฬสินธุ์
รวมเป็น 11 จังหวัด
2 แนวทางการใช้ AI เพื่อการเรียนรู้
“คุณครูใช้ Gen Ai”
- อบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
พัฒนาทักษะการใช้ AI ควบคู่กับแนวคิดด้านการเรียนรู้สมัยใหม่ เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับผู้เรียน
- Professional Learning Community (PLC)
สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู พี่เลี้ยง และทีมวิจัย เพื่อสะท้อนผล ทดลองแนวทางใหม่และร่วมกันแก้ปัญหาจากการใช้งานจริงในห้องเรียน
- Coaching & Mentoring
มีทีมพี่เลี้ยงและผู้เชี่ยวชาญร่วมติดตาม สนับสนุน และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดการดำเนินโครงการ
ห้องเรียนที่ใช้ “คาปิบ้าเรียน” (KapiBarian)
สนับสนุนการเรียนการสอนของครู เนื้อหาเชื่อมโยงตัวชี้วัด โดยไม่เป็น
ภาระให้ครู
- พัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
- สร้างแรงจูงใจให้อ่าน เนื้อหาทันกระแส สนุกสนาน เช่น เกมตอบคำถาม
เกมมิฟิเคชัน
KapiBarian เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน
และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Reading Literacy and Critical Thinking)โดยใช้ Generative AI เพื่อช่วยวิเคราะห์คำตอบ ให้ข้อเสนอแนะรายบุคคล และสนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ผ่านกิจกรรมการอ่าน เกมการเรียนรู้และเป็นเครื่องมือสำหรับ
ครูในการติดตามพัฒนาการของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อของ “คาปิบ้าเรียน” เกิดจากเล่นคำระหว่างคำว่า
“คาปิบ้าเรียน” จึงสื่อถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ร่วมกันที่สนุก เป็นมิตร
และเข้าถึงง่าย
Sponsors & Partners

